วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

U2 สุดยอดวงร็อกวงสุดท้าย

U2 สุดยอดวงร็อกวงสุดท้าย





                "หรือว่าความสำเร็จคือยาเสพติดของคุณ หรือว่าคุณกำลังถูกฉุดดึงด้วยความสงสัยต่างๆ นานามันขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของตัวคุณเอง วิจารณญาณที่จะสรรค์สร้างโอกาส หากว่าพลาดชั่วขณะนี้ไป คุณจะรับมันได้ไหมการสูญเสียแรงบันดาลใจ ไปเป็นอาชญากรรมหรือไรเป็นแน่สำหรับนักดนตรี" - บาโน่ กล่าวในงานสุนทรพจน์วันรับปริญญาที่ฮาร์วาร์ด




                ยูทู (U2) เป็นวงร็อกจากดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ประกอบด้วยสมาชิกคือ โบโน่ (ร้องนำ,ริทึ่มกีตาร์)ดิเอ็ดจ์ (ลีดกีตาร์,คีย์บอร์ด,ร้องประสาน)อดัม เคลย์ตัน (เบสกีตาร์)และ แลร์รี มูลเลน จูเนียร์ (กลอง,เพอร์คัชชัน) ยูทูเป็นวงที่ได้รับความนิยมอย่างมากตั้งแต่กลางยุคทศวรรษที่ 80 มียอดขายอัลบั้มได้มากกว่า 170 ล้านอัลบั้มทั่วโลก และได้รับรางวัลแกรมมี่ 22 รางวัล มากกว่าวงร็อกใด ๆ



                ยูทูเริ่มก่อตั้งวงในปี 1976 ตั้งแต่สมาชิกในวงยังเป็นวัยรุ่น ช่วงกลางยุคทศวรรษที่ 80 พวกเขาประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติกับอัลบั้มในปี 1987 ชุด The Joshua Tree และอัลบั้มในปี 1991 ชุด Achtung Baby ในต้นศตวรรษที่ 21 ยูทู พวกเขาประสบความสำเร็จกับยอดขายอัลบั้มและได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์ พวกเขายังช่วยเหลืองานสังคม อย่างเช่น ช่วยเหลือในงาน Amnesty International, Make Poverty History, การรณรงค์ ONE Campaign, Live Aid, Live 8, โบโน่ได้มีส่วนช่วยเหลือใน DATA ซึ่งย่อมาจาก Debt AIDS-Trade-Africa , และการหารายได้ช่วยเหลือทางด้านดนตรี เป็นต้น


                Bono เป็นนักร้องชาวไอริช อายุ 45 ปี ตัวแทนวง U2 ที่มีชื่อเสียงดังก้องโลกมาเป็นเวลากว่า 20 ปี คอนเสิร์ตของเขามีบุคคลสำคัญของโลกเข้าชมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจัดที่ไหนก็จะมีคนเข้าชมแน่นขนัด U2 ได้รับเลือกเข้า Rock and Roll Hall of Fame ในเดือนมีนาคม 2005 และเป็นวงที่ทำรายได้สูงสุดในการเล่นคอนเสิร์ตทั่วโลกในปี 2005 ด้วย

                Bono ปัจจุบันถูกขนานนามว่าเป็น rock star-stateman ถ้าท่านผู้อ่านเคยเห็นนักร้องหน้าตาไม่โกนหนวดโกนเครา ผิวขาว ใส่หมวกปีกบาน ชอบใส่แว่นตากันแดดเฉี่ยวๆ ใส่ตุ้มหู หวีผมเสยไปข้างหลัง หน้าตาท่าทางเอาเรื่องใส่เสื้อยีนส์บ้าง เสื้อหนังบ้าง สูง 170 เซนติเมตร แต่ใส่รองเท้าส้นหนา และได้ยินคำพูดคมๆ จากเขา นั่นแหละครับ Bono

                Bono มีความสามารถเป็นเยี่ยมในการพูดจาโน้มน้าวใจคนและสะกดคนดู มีอารมณ์ขัน มีคำคม กล่าวกันว่าเขาเป็นคนมีเสน่ห์ตรงที่เป็นคนมีความจริงใจ จริงจัง เอื้ออารี และมีอารมณ์อ่อนโยนของนักแต่งเพลง

                เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในศาสนาอย่างเงียบๆ (พ่อเป็นคาทอลิก แม่เป็นโปรเตสแตนต์) บุคคลสองคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของเขาคือ Pope John Paul II และ Billy Graham เขาบอกว่าไม่ชอบพูดถึงคำสอนในศาสนาแต่ขอปฏิบัติแทนเพราะเขาบอกว่า "มี secondhand-car salemen for God อยู่เพียงพอแล้ว"

                Bono มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการช่วยเหลือคนยากจนสุดสุดในประเทศด้อยพัฒนาของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกาที่ในทุกนาทีเด็กสองคนตายด้วยมาลาเรีย ในทุกนาทีผู้หญิงหนึ่งคนในประเทศยากจนตายด้วยปัญหาที่เกี่ยวพันกับการตั้งครรภ์ และในทุกนาที 9 คนติดเชื้อ HIV 3 คนตายด้วยวัณโรค ฯลฯ



                เมื่อยี่สิบปีก่อนวง U2 เล่นดนตรีเพื่อ Live AID สำหรับหาเงินช่วยเหลือผ่อนเบาการอดอยากในแอฟริกา หลังงานนี้เขากับภรรยาคือ Ali Hewson ใช้เวลา 6 อาทิตย์ทำงานในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในเอธิโอเปีย ประสบการณ์จากการเห็นความยากจน คอร์รัปชั่น สงคราม เปลี่ยนแปลงเขาอย่างลึกซึ้ง เขาเกิดความคิดที่จะใช้ความดังของเขาจากการเป็น rock star ทำประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติ

                Bono เริ่มค้นคว้าหาข้อเท็จจริงและความรู้ในเรื่องการแก้ไขความยากจนในประเทศด้อยพัฒนาจากผู้รู้ (ใช้ความรู้เป็นฐานก่อนตัดสินใจเหมือนที่คุณหมอประเวศ วะสี สอน) ไม่ว่าจากนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังในเรื่องความยากจน เช่น Jeffrey Sachs จากคนทำงานธนาคารโลก จาก NGO"s จาก Bobby Shriver หลานตระกูลเคนเนดี้ที่เป็นเพื่อนเขา ฯลฯ

                ขั้นต่อไปก็คือการพบปะนักการเมืองอเมริกัน (เขาและภรรยาพร้อมลูก 4 คน เดินทางไปวอชิงตัน ดี.ซีเป็นประจำ ทั้งๆ ที่ต้องวุ่นกับคอนเสิร์ต) พบผู้นำทางความคิดในองค์กรต่างๆ พบประธานาธิบดีคลินตันและบุช ตลอดจนพบผู้นำยุโรปเป็นระยะๆ ด้วยการใช้ตั๋วของการเป็นคนดังที่มีชื่อเสียงอยู่บนฐานของความเชื่อมั่นในการสร้างความดีความงามให้แก่โลก Bono เล่นเกมพวกนี้ได้เก่งมาก เพราะทุกคนก็ปรารถนาที่จะมีความเกี่ยวพันกับสิ่งที่เป็นบวก ตอนแรกผู้คนก็คลางแคลงใจว่าจะเป็นการตลาดส่วนตัวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของเขาหรือไม่ แต่เมื่อได้พบปะพูดจากับเขาแล้วทุกคนก็เชื่อว่าเขาเป็น "ของจริง" และให้การสนับสนุน

                งานชิ้นสำคัญที่ตัวเขา องค์การของเขา ที่ตั้งขึ้นเพื่อพันธกิจนี้ (DATA ซึ่งย่อมาจาก Debt AIDS-Trade-Africa) กับ Bill และ Melinda Gates ทำสำเร็จก็คือผลักดันให้ที่ประชุม G-8 (ที่ประชุมของประเทศร่ำรวยสุดในโลก 8 ประเทศ) ในการประชุมเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ยกหนี้ทั้งหมดมูลค่า 40,000 ล้านเหรียญที่ประเทศยากจนสุดเป็นหนี้ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศเหล่านี้รวม 50,000 ล้านเหรียญ (25,000 ล้านเหรียญ เป็นของแอฟริกา) และยืนยันที่จะจัดหายาสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV เกือบ 10 ล้านคนในประเทศยากจนสุด

                โดยให้ G-8 ประชุมกันที่เมือง Gleneagles ในสกอตแลนด์ ในงานนี้ Bono ได้พบ 5 ใน 8 ผู้นำของ G-8 พร้อมกับจัดคอนเสิร์ตในเมือง Edinburgh ในเวลาใกล้เคียงกันเพื่อสร้างแรงกดดันสนับสนุนอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นก่อนการประชุม G-8 ไม่นาน เขาจัดคอนเสิร์ตให้คนเข้าฟังฟรีในทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของ G-8 เพื่อสนับสนุนไอเดียของการยกหนี้ ผลก็คือมีคนเข้าฟังแน่นขนัดพร้อมกับสนับสนุนไอเดียของเขาซึ่งเป็นแรงไปกดดันผู้นำอีกต่อหนึ่ง

                ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา ตัวเลขการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศยากจนเพิ่มขึ้นสูงอย่างน่าสังเกต จนไม่รู้ว่าเป็น Bono Effects หรือไม่ กล่าวคือตั้งแต่ปี 2001 เพิ่มจาก 67,000 ล้านเหรียญ เป็น 80,000 ล้านเหรียญ และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกร้อยละ 60 ก่อนถึงปี 2010 ทั้งนี้ เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปได้ยืนยันว่าจะบริจาคเงินร้อยละ 0.7 ของ GDP (สหรัฐอเมริกาปัจจุบันบริจาคร้อยละ 0.1) ซึ่งการยืนยันเหล่านี้เขามีส่วนร่วมในการผลักดัน

                สิ่งที่ Bono มีไม่ใช่ความสงสารซึ่งทำให้เกิดความต้องการช่วยลดความเจ็บปวด หากเป็นความเร่าร้อนแห่งอารมณ์เมื่อเห็นความอยุติธรรมและต้องการแก้ไข ซึ่งจะช่วยยั่วยุ กระตุ้น ชักจูง โน้มน้าวให้คนในระดับมหาเศรษฐีและคนชั้นกลางโดดเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขความอยุติธรรมที่เพื่อนร่วมโลกจำนวนหนึ่งเผชิญอยู่

                ถ้าท่านผู้อ่านสนใจวง U2 ของ Bono ลองฟังเพลง One (เพื่อทำให้ poverty เป็น history) เพลง Walk On (ได้แรงกระตุ้นจากการต่อสู้ของ Aung San Suu Kyi) และเพลง Where the Streets Have a Name ดูซิครับ

                ความสุขมิได้เกิดจากแค่มีรถราคาแพงคันใหม่ เครื่องบินส่วนตัว อำนาจการเมือง และความมั่งคั่งเท่านั้น ยังมีสิ่งงดงามที่ควรปฏิบัติและมีคนยั่วยุให้เราทำตามอีกมากมายนักครับ

                และล่าสุด U2 วงร็อควงนี้เริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ต พร้อมเรียกร้องให้แฟนเพลงสนับสนุนนางอองซาน ซูจี ผู้ที่กำลังถูกรัฐบาลทหารพม่าจับกุมและดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนข้อบังคับเรื่องการกักบริเวณ

                วงดนตรีไอริชขนานแท้ที่เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรงมุ่งมั่น จุดเด่นของวง U2 ก็คือการพาแฟนล่องลอยไปตามเสียงเพลงที่ปลุกเร้าความคิดในเรื่องจิตวิญญาณและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง




                คุณบัณฑิต เดือดขุนทด อดีตช่างภาพนิตยสารแมคซิม ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระ ซึ่งเป็นผู้ที่ชื่นชอบผลงานของวงยูทู และติดตามวงยูทูมาโดยตลอด กล่าวว่า “ถ้าพูดถึงวงยูทู จะทำให้นึกถึงวงร็อคไอริช ที่โด่งดังมานานตั้งแต่จำความได้ จริงๆแล้วผมเป็นคนที่ฟังเพลงร็อคมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น Oasis Nirvana หรือว่า garage แต่จริงๆแล้วจะชอบฟัง Alternative Rock มากกว่า Grunge อะไรพวกนี้ ชอบฟังวงยูทูเพราะมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เหมือนใคร เพลงแรกที่ได้ฟังคือ Evolution ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Evolution นั่นเอง เป็นเพลงที่โด่งดังมากของยูทูในตอนนั้น หลังจากนั้นยูทูก็ทำผลงานออกมาเรื่อยๆ แต่จะไม่โด่งดังเท่ากับในยุคแรกๆ แต่พอเมื่อได้ฟังเพลง  Evolution กลับทำให้อยากฟังเพลงก่อนหน้านี้ ยูทูทำให้นึกถึงเพลงร็อคที่ไม่ได้ป่าเถื่อนนัก เป็นเพลงร็อคแบบชาวอังกฤษ และอีกอย่างยูทูเป็น 1 ใน 10 วง ที่คอเพลงวงร็อคจะต้องรู้จักอย่างแน่นอน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ฟังเพลงร็อคแบบ Alternative คุณจะต้องเป็นคนหนึ่งที่เคยฟังเพลงของวงยูทูครับ”

คลิปสัมภาษณ์คุณบัณฑิต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น