วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

แหล่งอ้างอิง ข้อมูลวง U2


ผู้ให้สัมภาษณ์

คุณบัณฑิต เดือดขุนทด (อดีตช่างภาพนิตยสารแมคซิม, ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระ)


ภาพ
บาโน่วงยูทู.(ออนไลน์).สืบค้นจาก : http://musicstation.kapook.com/view30752.html.
            วันที่สืบค้น : 5 มิถุนายน 2556.

ดิ เอดจ์ วงยูทู.(ออนไลน์).สืบค้นจาก : http://www.siamdara.com/music/091222_13017.html.
            วันที่สืบค้น : 5 มิถุนายน 2556.

อดัม เคลย์ตัน วงยูทู.(ออนไลน์).สืบค้นจาก : https://www.facebook.com/mylifedeep/posts/
            227044017435342. วันที่สืบค้น : 5 มิถุนายน 2556.

ลารี่ มัลเลน จูเนียร์.(ออนไลน์).สืบค้นจาก : http://www.atu2.com/band/larry/. วันที่สืบค้น:
           5 มิถุนายน 2556.

สมาชิกวงยูทู.(ออนไลน์).สืบค้นจาก : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/
            life-
style/interentertain/20100719/343727/news.html. วันที่สืบค้น:5 มิถุนายน 2556.


หนังสือ
จิตติ พัวสุทธิ. U2 สุดยอดร็อควงสุดท้าย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์คอหนังคอเพลง, 2549.

บทวิจารณ์อัลบั้มของ U2


บทวิจารณ์อัลบั้มของ U2

                กว่าหนึ่งในสี่ศตวรรษที่ผ่านมา ยูทูเป็นวงดนตรีเพียงไม่กี่วงที่ยังคงความนิยมสูงสุดในวงกว้างไม่เสื่อมคลาย พัฒนาการยอดเยี่ยมปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในอัลบั้มเพลงของพวกเขามาตลอดระยะเวลายาวนาน จนทำให้พวกเขาก้าวขึ้นสู่ทำเนียบสุดยอดร็อคแห่งตำนานอย่างสมภาคภูมิ

U2 (3 EP.)
1979 (2.5 stars)
                อัลบั้มแรกของพวกเขาเป็นการซัดเซพเนจเข้าไปในงานรื่นเริงของชาวพั้งก์ ด้วยวัตถุดิบต่างๆนานาจากวง เดอะ เซ็กส์ พิสทอลส์ และเดอะ ราโมนส์ แต่ก็มีสุ้มเสียงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สอดแทรกให้เห็นอย่างเด่นชัด อีพีสามเพลงดังกล่าวไปได้สวยในไอร์แลนด์ แต่กลับไม่ได้รับการแยแสเท่าใดนักในอเมริกา ปัจจุบันมีการออกอีพีชุดนี้ใหม่ในรูปแบบของแผ่นดิสก์เพื่อนักสะสม แต่สภาพเสียงที่ได้รับกลับไม่ชวนให้น่าตื่นเต้นเพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย


BOY
1980(3.5 Star)
                ด้วยความสำเร็จอย่างสวยสดหมดจดในดินแดนไอริชบ้านเกิด พวกเขาเซ็นสัญญาออกอัลบั้มกับไอร์แลนด์ เรคคอร์ด โดยมีสตีฟ ลิลลี่ไวท์ เป็นโปรดิวเซอร์ สตีฟเป็นผู้มีชื่อเสียงในการสร้างสรรค์เสียงกลองดังกระหึ่ม และเสียงกีตาร์ก้องกังวานกับวงในสไตล์นิวเวฟอย่าง Ultravox, Siouxsie and the Banshees, XTC, The Psychedelic Focus เมื่อนำผลงานกีตาร์ก้องกังวานขงพวกเขากลับมาฟังใหม่ในยุคนี้ ก็ไม่รู้สึกว่าล้าสมัยแต่อย่างใด ต่างจากบรรดาผลงานกีตาร์จากวงดนตรีอื่นในยุคสมัยเดียวกัน อย่างเช่น Eho and the Bunny men หรือ Big Country ซึ่งคล้ายคลึงราวกับโคลนนิ่งมาจากยูทูแทบทั้งสิ้น
                อัลบั้มดังกล่าวมีเพลงฮิตในแวดวงดนตรีใต้ดินอย่าง I will Follow และ Stories for Boys แต่บทเพลงที่เป็นเสมือนตัวแทนสุ้มเสียงในยุคต้นของวงกลับเป็น  An Cat Dubh ซึ่งกระหึ่มไปด้วยเสียงกลอง ลิกกีตาร์กร๊งกริ๊งสดใสของดิ เอดจ์ และเสียงประสานโหยหวนของบาโน่


October
1981 (3 Stars)
                ยูทูเปิดอัลบั้มที่สองจากการโปรดิวซ์โดยสตีฟ ลิลลี่ไวท์อย่างมั่นอกมั่นใจด้วยบทเพลงคลาสสิคอย่าง กลอเรีย ซึ่งบอกเนื้อหาสาระทางจิตวิญญาณที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นอยู่ส่วนตัวของสมาชิกในวง (เกือบทุกคนเป็นคริสเตียน ยกเว้นอดัม เคลย์ตัน) นับเป็นความหาญกล้าอย่างยิ่งในการที่วงร็อคอื่นจะเขียนบทเพลง ซึ่งใช้ชื่อเดียวกันกับกลอเรียของแวน มอริสสัน ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ยูทูกลับทำได้ยอดเยี่ยมโดยแท้ บทเพลงดังกล่าวมีท่วงทำนองเสนาะหูจนผู้ฟังสามารถร้องตามไปได้จนจบ
                ความคิดความเชื่อแบบคริสเตียนยังคงมีให้เห็นในบทเพลงไฟร์, รีจอยซ์, และ วิท อะ เช้าท์ ( With a Shout) แต่อย่างไรก็ตามอัลบั้มนี้ก็ไม่ได้ฟังดูแข็งแรงกว่าอัลบั้มก่อนหน้า (แม้ว่าบทเพลงในอัลบั้มจะมีอายุยืนนานกว่าภาพถ่ายของสมาชิกในวงบนปกอัลบั้ม ลองดูทรงผมสไตล์นิวเวฟของสมาชิกในวงเอาเองแล้วกัน)


War
1983 (3 Star)
                หลังจากหันไปหาเรื่องราวทางศาสนา คราวนี้พวกเขาทั้งสี่มุ่งความสนใจไปที่เรื่องราวทางการเมือง หลายต่อหลายคนลงความเห็นว่า นี่คืออัลบั้มยอดเยี่ยมอัลบั้มแรกของยูทู เสียงดนตรีจากการโปรดิวซ์ของลิลลี่ไวท์ นับได้ว่าเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของผลงานตอนต้นของยูทู การเรียบเรียงประสานเสียงเต็มไปด้วยจินตนาการ ฝีมือเปียโนของดิ เอดจ์ แจ่มชัดเปี่ยมด้วยพลังอย่างแท้จริง เนื้อเพลงอย่างซันเดย์ บลัดดี้ ซันเดย์, นิวเยียร์ส เดย์, และเซคันส์ หนักแน่น สื่อความหมายตรงประเด็น


The Unforgettable fire
1984 (2.5 Stars)
                อัลบั้มนี้ พวกเขาเปลี่ยนผ่านจากลิลี่ไวท์ไปหาบรรยากาศพิเศษ ในแบบแอมเบียนส์ โดยทีมงานโปรดิวเซอร์ แดเนียล ลานัวส์ และไบรอัน อีโน่ แต่อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ลงตัวอย่างง่าย ภายในเวลาอันสั้น นั่นเป็นปัญหาโดยทั่วไปของการเปลี่ยนผ่านเปลี่ยนแปลงสไตล์ เนื้อเพลงอย่าง Ford of July, Elvis and America และ ไพร์ด ที่อุทิศให้กับมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ แสดงให้เห็นถึงความลุ่มหลงของบาโน่ที่มีต่ออเมริกา


The Joshua Tree
1987 (3.5 Stars)
                อัลบั้มที่สองที่แสดงให้เห็นถึงความลุ่มหลงของบาโน่ที่มีต่ออเมริกา หากแต่ในครั้งนี้การสังเกตการณ์และเสียงวิจารณ์ในบทเพลงอย่าง บูลเลต อิน เดอะ บลู สกาย (ความจุ้นจ้านของอเมริการในเอล ซัลวาดอร์) และ อิน ก็อดส คันทรี ดูจะมีศิลปะและงดงามราวกับบทกวีมากกว่า ในขณะที่เสียงดนตรีในบทเพลงอย่าง แวร์ เดอะ สตรีท แฮฟ โน เนม และวิท ออร์ วิทเอาท์ ยู ดูจะมีลีลาเร้นลับ ชวนให้ค้นหาเสียจนอดที่จะฟังซ้ำอีกครั้งไม่ไหว นั่นต้องยกเครดิตให้กับทีมโปรดิวเซอร์ทั้งลานัวร์ และอีโน่ ซึ่งผลักดันให้พวกเขาทดลองเสียงใหม่ๆ จนออกมาเป็นผลงานชั้นเลิศ ลิลลีไวท์กลับมาช่วยมิกซ์บางบทเพลง ในขณะที่เอนจิเนียร์หนุ่มน้อยที่มีชื่อว่า ฟลัด รับหน้าที่รวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างไว้กับเทปบันทึกเสียง



Rattle and Hum
1988 (1.5 Stars)
                ยูทูตามติดความสำเร็จอย่างล้นหลามจากอัลบั้ม เดอะ โจชัว ทรี ด้วยการผสมผสานวัตถุดิบใหม่ๆ กับบันทึกการแสดงสดซึ่งอุทิศให้กับรากเหง้าดนตรีอเมริกัน แต่สุ้มเสียงที่ออกมาก็ไม่ได้มีคุณภาพดิบดีเท่าที่หวังไว้ ทั้งสับสนและอื้ออึง สมาชิกในวงควรจะตระเตรียมตัวเองให้พรักพร้อมกว่านี้ในอัลบั้มถัดไป


Achtung Baby
1991 (4 Stars)
                นี่คือผลงานชิ้นเอกของวงอย่างแท้จริง ผลงานชิ้นที่สามภายใต้การโปรดิวส์ของอีโน่ ยูทูได้สลัดคราบของความดิบเถื่อนในแบบพังค์ดั้งเดิมเข้าสู่แนวทางดนตรีในยุคโพสต์โมเดิร์น เพียงแต่การแสดงออกของบาโน่บนเวที ตลอดจนเทคนิคสารพันในทัวร์คอนเสิร์ตซูทีวี กลับดูจะละเลยเถิดไปบ้าง ในขณะที่เสียงดนตรีของพวกเขากลับอบอุ่นจริงใจไม่เคยเฉไฉไปไหน บางทีบทเพลงอย่าง วัน อาจจะเป็นบทเพลงที่เต็มไปด้วยหัวจิตหัวใจที่สุดเท่าที่วงเคยบันทึกเสียงมาก็เป็นได้
                โดยรวมแล้วอัลบั้มนี้ เป็นอัลบั้มที่ยืนหยัดสู้กับกาลเวลาได้อย่างสมภาคภูมิทีเดียว ด้วยข้อพิสูจน์ที่ว่าผู้ชมผู้ฟังทั้งหลายแหล่ ตั้งหน้าตั้งตารอคอยมิวสิควิดีโอที่ถ่ายทอดไปตามสถานีโทรทัศน์กว่า 300 ช่องอย่างจดจ่อ เพียงเพื่อจะปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกให้กระเจิดกระเจิงไปชั่วครู่หนึ่ง


Zooropa
1993 (3.5 Stars)
                อัลบั้มนี้บันทึกเสียงระหว่างทัวร์ซูทีวี แม้ว่าสิบบทเพลงในอัลบั้มจะไม่ถึง แต่ก็ต้องนับถือความพยายามที่จะทดสอบสุ้มเสียงใหม่ๆ ต่อเนื่องจาก Achtung Baby อัลบั้มก่อนหน้า บาโน่เบ่งบานสะพรั่งภายใต้การกำกับของอีโน่ เช่นเดียวกันกับเดวิด โบวี และ เดวิด เบิร์น ศิลปินก่อนหน้าตัวเขา ในขณะเมื่อขึ้นเวทีคอนเสิร์ตเขาสลัดคราบหมองหม่นชุดดำ ล้วนไปหาชุดซาตานลาสเวกัสขี้เล่นด้วยลีลาเยี่ยงคนบาปเต็มตัว ในบทเพลง Daddy’s Gonna Pay for Your Crashed Car, Some Day Are Better Than Others และบทเพลงอื่นๆเขาประสบความสำเร็จในการโคลนนิ่งเสียงร้องในแบบของโทนี เบนเนตต์ ในบทเพลง Baby Face และ สโมคกี้ โรบินสัน ในบทเพลง Lemon นี่อาจจะไม่ใช่อัลบั้มที่น่าสะสมที่สุด แต่ก็เป็นอัลบั้มที่น่าปรบมือให้กับการสุ่มเสี่ยงทดลองเสียงใหม่ๆของวง


Pop
1997 (2 Stars)
                อัลบั้มนี้อีโน่ไม่ได้อยู่ด้วย ฟลัดและพรรคพวกอย่างโฮวี บี. มารับหน้าที่แทน อัลบั้มเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสุ้มเสียงในแบบอิเลคทรอนิกส์จนพอจะเรียกได้ว่าอัลบั้มเทคโน ทางวงตัดสินใจทดลองกับแนวทางดนตรีเทคโนเต้นรำ หลังจากได้ร่วมกับอีโน่ออกอัลบั้มในแนวแอมเบี้ยนส์ในนามของวง Passengers อัลบั้มน่าจะออกมาดีทีเดียวเมื่อพวกเขาหันไปหาแนวเทคโนอย่างเต็มตัว ทั้งนี้ทั้งนั้นใครต่อใครก็เริ่มรู้สึกเอียนกับดนตรีร็อคไดโนเสาร์กับบ้างแล้ว
                โมโฟก็คือการนำบทเพลงเก่าอย่าง วัน มาดัดแปลงใส่สีสันใหม่ๆ ในขณะที่เสียงกีตาร์ในบทเพลงดิสโก้เธคก็ชวนให้นึกถึงอัลบั้ม Boy’s last night on earth ก็คืออัลบั้ม โจชัว ทรี ในแบบอิเลคทรอนิกส์ แม้บาโน่จะบอกว่าเขาต้องการจะอุดรูรั่วจากน้ำมือของพพระเจ้า แต่ดันไปค้นหาวิธีการเอาจากหน้าแคตตาล็อกสินค้าตามแบบวัฒนธรรมป๊อปทั่วไป ท่ามกลางเสียงแพทเทิร์นกลอง และซินทิไซเซอร์อึกทึกครึกโครม ดูเหมือนว่ายูทูจะวิ่งไขว่คว้าความว่างเปล่า




 
All That You Can’t Leave Behind
2000 ( 3 Stars)
                อัลบั้มนี้บรรดานักวิจารณ์และแฟนเพลงต่างก็ลงความเห็นว่ายูทูกำลังกลับไปหาสุ้มเสียงในแบบดั้งเดิม มันเป็นอัลบั้มที่หากว่าใครชื่นชอบในตัวตนของวงดนตรีนี้ก็ยากที่จะปฏิเสธแม้ว่ามันจะไม่ถูกจัดอันดับว่าเป็นอัลบั้มสุดโปรดตลอดกาลก็ตาม
                ไม่มีลิฟกีตาร์หนักหน่วง ไม่มีบรรยากาศในแบบแอมเบียนส์ ไม่มีสุ้มเสียงอื่นใดที่คุณจะเหวี่ยงเข้ามาหาโดยที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน ผมเพียงต้องการตามหาท่วงทำนองที่ลงตัว บทเพลงที่ผมสามารถจะขับกล่อมในหมู่เพื่อนพ้อง บาโน่ครวญคร่ำในบทเพลง Stuck in a moment You Can’t Get Out Of บอกเล่าความในใจอย่างเข้าเป้าตรงประเด็น นอกจากนั้นยังมีบทเพลงที่มีท่วงทำนองสละสลวยงดงามอีก อย่าง Beautiful Day, White Honey, Place on Earth, New York, แต่ก็ไม่มีบทเพลงน่าจดจำเหมือนเช่น One Even Better Than The Real Thing และ With All Without You

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

U2 สุดยอดวงร็อกวงสุดท้าย

U2 สุดยอดวงร็อกวงสุดท้าย





                "หรือว่าความสำเร็จคือยาเสพติดของคุณ หรือว่าคุณกำลังถูกฉุดดึงด้วยความสงสัยต่างๆ นานามันขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของตัวคุณเอง วิจารณญาณที่จะสรรค์สร้างโอกาส หากว่าพลาดชั่วขณะนี้ไป คุณจะรับมันได้ไหมการสูญเสียแรงบันดาลใจ ไปเป็นอาชญากรรมหรือไรเป็นแน่สำหรับนักดนตรี" - บาโน่ กล่าวในงานสุนทรพจน์วันรับปริญญาที่ฮาร์วาร์ด




                ยูทู (U2) เป็นวงร็อกจากดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ประกอบด้วยสมาชิกคือ โบโน่ (ร้องนำ,ริทึ่มกีตาร์)ดิเอ็ดจ์ (ลีดกีตาร์,คีย์บอร์ด,ร้องประสาน)อดัม เคลย์ตัน (เบสกีตาร์)และ แลร์รี มูลเลน จูเนียร์ (กลอง,เพอร์คัชชัน) ยูทูเป็นวงที่ได้รับความนิยมอย่างมากตั้งแต่กลางยุคทศวรรษที่ 80 มียอดขายอัลบั้มได้มากกว่า 170 ล้านอัลบั้มทั่วโลก และได้รับรางวัลแกรมมี่ 22 รางวัล มากกว่าวงร็อกใด ๆ



                ยูทูเริ่มก่อตั้งวงในปี 1976 ตั้งแต่สมาชิกในวงยังเป็นวัยรุ่น ช่วงกลางยุคทศวรรษที่ 80 พวกเขาประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติกับอัลบั้มในปี 1987 ชุด The Joshua Tree และอัลบั้มในปี 1991 ชุด Achtung Baby ในต้นศตวรรษที่ 21 ยูทู พวกเขาประสบความสำเร็จกับยอดขายอัลบั้มและได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์ พวกเขายังช่วยเหลืองานสังคม อย่างเช่น ช่วยเหลือในงาน Amnesty International, Make Poverty History, การรณรงค์ ONE Campaign, Live Aid, Live 8, โบโน่ได้มีส่วนช่วยเหลือใน DATA ซึ่งย่อมาจาก Debt AIDS-Trade-Africa , และการหารายได้ช่วยเหลือทางด้านดนตรี เป็นต้น


                Bono เป็นนักร้องชาวไอริช อายุ 45 ปี ตัวแทนวง U2 ที่มีชื่อเสียงดังก้องโลกมาเป็นเวลากว่า 20 ปี คอนเสิร์ตของเขามีบุคคลสำคัญของโลกเข้าชมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจัดที่ไหนก็จะมีคนเข้าชมแน่นขนัด U2 ได้รับเลือกเข้า Rock and Roll Hall of Fame ในเดือนมีนาคม 2005 และเป็นวงที่ทำรายได้สูงสุดในการเล่นคอนเสิร์ตทั่วโลกในปี 2005 ด้วย

                Bono ปัจจุบันถูกขนานนามว่าเป็น rock star-stateman ถ้าท่านผู้อ่านเคยเห็นนักร้องหน้าตาไม่โกนหนวดโกนเครา ผิวขาว ใส่หมวกปีกบาน ชอบใส่แว่นตากันแดดเฉี่ยวๆ ใส่ตุ้มหู หวีผมเสยไปข้างหลัง หน้าตาท่าทางเอาเรื่องใส่เสื้อยีนส์บ้าง เสื้อหนังบ้าง สูง 170 เซนติเมตร แต่ใส่รองเท้าส้นหนา และได้ยินคำพูดคมๆ จากเขา นั่นแหละครับ Bono

                Bono มีความสามารถเป็นเยี่ยมในการพูดจาโน้มน้าวใจคนและสะกดคนดู มีอารมณ์ขัน มีคำคม กล่าวกันว่าเขาเป็นคนมีเสน่ห์ตรงที่เป็นคนมีความจริงใจ จริงจัง เอื้ออารี และมีอารมณ์อ่อนโยนของนักแต่งเพลง

                เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในศาสนาอย่างเงียบๆ (พ่อเป็นคาทอลิก แม่เป็นโปรเตสแตนต์) บุคคลสองคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของเขาคือ Pope John Paul II และ Billy Graham เขาบอกว่าไม่ชอบพูดถึงคำสอนในศาสนาแต่ขอปฏิบัติแทนเพราะเขาบอกว่า "มี secondhand-car salemen for God อยู่เพียงพอแล้ว"

                Bono มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการช่วยเหลือคนยากจนสุดสุดในประเทศด้อยพัฒนาของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกาที่ในทุกนาทีเด็กสองคนตายด้วยมาลาเรีย ในทุกนาทีผู้หญิงหนึ่งคนในประเทศยากจนตายด้วยปัญหาที่เกี่ยวพันกับการตั้งครรภ์ และในทุกนาที 9 คนติดเชื้อ HIV 3 คนตายด้วยวัณโรค ฯลฯ



                เมื่อยี่สิบปีก่อนวง U2 เล่นดนตรีเพื่อ Live AID สำหรับหาเงินช่วยเหลือผ่อนเบาการอดอยากในแอฟริกา หลังงานนี้เขากับภรรยาคือ Ali Hewson ใช้เวลา 6 อาทิตย์ทำงานในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในเอธิโอเปีย ประสบการณ์จากการเห็นความยากจน คอร์รัปชั่น สงคราม เปลี่ยนแปลงเขาอย่างลึกซึ้ง เขาเกิดความคิดที่จะใช้ความดังของเขาจากการเป็น rock star ทำประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติ

                Bono เริ่มค้นคว้าหาข้อเท็จจริงและความรู้ในเรื่องการแก้ไขความยากจนในประเทศด้อยพัฒนาจากผู้รู้ (ใช้ความรู้เป็นฐานก่อนตัดสินใจเหมือนที่คุณหมอประเวศ วะสี สอน) ไม่ว่าจากนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังในเรื่องความยากจน เช่น Jeffrey Sachs จากคนทำงานธนาคารโลก จาก NGO"s จาก Bobby Shriver หลานตระกูลเคนเนดี้ที่เป็นเพื่อนเขา ฯลฯ

                ขั้นต่อไปก็คือการพบปะนักการเมืองอเมริกัน (เขาและภรรยาพร้อมลูก 4 คน เดินทางไปวอชิงตัน ดี.ซีเป็นประจำ ทั้งๆ ที่ต้องวุ่นกับคอนเสิร์ต) พบผู้นำทางความคิดในองค์กรต่างๆ พบประธานาธิบดีคลินตันและบุช ตลอดจนพบผู้นำยุโรปเป็นระยะๆ ด้วยการใช้ตั๋วของการเป็นคนดังที่มีชื่อเสียงอยู่บนฐานของความเชื่อมั่นในการสร้างความดีความงามให้แก่โลก Bono เล่นเกมพวกนี้ได้เก่งมาก เพราะทุกคนก็ปรารถนาที่จะมีความเกี่ยวพันกับสิ่งที่เป็นบวก ตอนแรกผู้คนก็คลางแคลงใจว่าจะเป็นการตลาดส่วนตัวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของเขาหรือไม่ แต่เมื่อได้พบปะพูดจากับเขาแล้วทุกคนก็เชื่อว่าเขาเป็น "ของจริง" และให้การสนับสนุน

                งานชิ้นสำคัญที่ตัวเขา องค์การของเขา ที่ตั้งขึ้นเพื่อพันธกิจนี้ (DATA ซึ่งย่อมาจาก Debt AIDS-Trade-Africa) กับ Bill และ Melinda Gates ทำสำเร็จก็คือผลักดันให้ที่ประชุม G-8 (ที่ประชุมของประเทศร่ำรวยสุดในโลก 8 ประเทศ) ในการประชุมเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ยกหนี้ทั้งหมดมูลค่า 40,000 ล้านเหรียญที่ประเทศยากจนสุดเป็นหนี้ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศเหล่านี้รวม 50,000 ล้านเหรียญ (25,000 ล้านเหรียญ เป็นของแอฟริกา) และยืนยันที่จะจัดหายาสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV เกือบ 10 ล้านคนในประเทศยากจนสุด

                โดยให้ G-8 ประชุมกันที่เมือง Gleneagles ในสกอตแลนด์ ในงานนี้ Bono ได้พบ 5 ใน 8 ผู้นำของ G-8 พร้อมกับจัดคอนเสิร์ตในเมือง Edinburgh ในเวลาใกล้เคียงกันเพื่อสร้างแรงกดดันสนับสนุนอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นก่อนการประชุม G-8 ไม่นาน เขาจัดคอนเสิร์ตให้คนเข้าฟังฟรีในทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของ G-8 เพื่อสนับสนุนไอเดียของการยกหนี้ ผลก็คือมีคนเข้าฟังแน่นขนัดพร้อมกับสนับสนุนไอเดียของเขาซึ่งเป็นแรงไปกดดันผู้นำอีกต่อหนึ่ง

                ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา ตัวเลขการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศยากจนเพิ่มขึ้นสูงอย่างน่าสังเกต จนไม่รู้ว่าเป็น Bono Effects หรือไม่ กล่าวคือตั้งแต่ปี 2001 เพิ่มจาก 67,000 ล้านเหรียญ เป็น 80,000 ล้านเหรียญ และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกร้อยละ 60 ก่อนถึงปี 2010 ทั้งนี้ เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปได้ยืนยันว่าจะบริจาคเงินร้อยละ 0.7 ของ GDP (สหรัฐอเมริกาปัจจุบันบริจาคร้อยละ 0.1) ซึ่งการยืนยันเหล่านี้เขามีส่วนร่วมในการผลักดัน

                สิ่งที่ Bono มีไม่ใช่ความสงสารซึ่งทำให้เกิดความต้องการช่วยลดความเจ็บปวด หากเป็นความเร่าร้อนแห่งอารมณ์เมื่อเห็นความอยุติธรรมและต้องการแก้ไข ซึ่งจะช่วยยั่วยุ กระตุ้น ชักจูง โน้มน้าวให้คนในระดับมหาเศรษฐีและคนชั้นกลางโดดเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขความอยุติธรรมที่เพื่อนร่วมโลกจำนวนหนึ่งเผชิญอยู่

                ถ้าท่านผู้อ่านสนใจวง U2 ของ Bono ลองฟังเพลง One (เพื่อทำให้ poverty เป็น history) เพลง Walk On (ได้แรงกระตุ้นจากการต่อสู้ของ Aung San Suu Kyi) และเพลง Where the Streets Have a Name ดูซิครับ

                ความสุขมิได้เกิดจากแค่มีรถราคาแพงคันใหม่ เครื่องบินส่วนตัว อำนาจการเมือง และความมั่งคั่งเท่านั้น ยังมีสิ่งงดงามที่ควรปฏิบัติและมีคนยั่วยุให้เราทำตามอีกมากมายนักครับ

                และล่าสุด U2 วงร็อควงนี้เริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ต พร้อมเรียกร้องให้แฟนเพลงสนับสนุนนางอองซาน ซูจี ผู้ที่กำลังถูกรัฐบาลทหารพม่าจับกุมและดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนข้อบังคับเรื่องการกักบริเวณ

                วงดนตรีไอริชขนานแท้ที่เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรงมุ่งมั่น จุดเด่นของวง U2 ก็คือการพาแฟนล่องลอยไปตามเสียงเพลงที่ปลุกเร้าความคิดในเรื่องจิตวิญญาณและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง




                คุณบัณฑิต เดือดขุนทด อดีตช่างภาพนิตยสารแมคซิม ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระ ซึ่งเป็นผู้ที่ชื่นชอบผลงานของวงยูทู และติดตามวงยูทูมาโดยตลอด กล่าวว่า “ถ้าพูดถึงวงยูทู จะทำให้นึกถึงวงร็อคไอริช ที่โด่งดังมานานตั้งแต่จำความได้ จริงๆแล้วผมเป็นคนที่ฟังเพลงร็อคมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น Oasis Nirvana หรือว่า garage แต่จริงๆแล้วจะชอบฟัง Alternative Rock มากกว่า Grunge อะไรพวกนี้ ชอบฟังวงยูทูเพราะมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เหมือนใคร เพลงแรกที่ได้ฟังคือ Evolution ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Evolution นั่นเอง เป็นเพลงที่โด่งดังมากของยูทูในตอนนั้น หลังจากนั้นยูทูก็ทำผลงานออกมาเรื่อยๆ แต่จะไม่โด่งดังเท่ากับในยุคแรกๆ แต่พอเมื่อได้ฟังเพลง  Evolution กลับทำให้อยากฟังเพลงก่อนหน้านี้ ยูทูทำให้นึกถึงเพลงร็อคที่ไม่ได้ป่าเถื่อนนัก เป็นเพลงร็อคแบบชาวอังกฤษ และอีกอย่างยูทูเป็น 1 ใน 10 วง ที่คอเพลงวงร็อคจะต้องรู้จักอย่างแน่นอน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ฟังเพลงร็อคแบบ Alternative คุณจะต้องเป็นคนหนึ่งที่เคยฟังเพลงของวงยูทูครับ”

คลิปสัมภาษณ์คุณบัณฑิต

สมาชิกวง U2


สมาชิกวงยูทู



บาโน่ (Bono)
ชื่อทางการ : พอล ฮิวสัน (Paul Hewson)
สมญานามที่ใช้ในการแสดง : บาโน่  Bono (อ่านว่า Bah-noo)
ที่มา : อันที่จริงแล้วสมญานามเต็มๆ ของเขาคือ Bono Vox คือเครื่องมือช่วยฟัง ซึ่ง Guggi เพื่อนร่วมก๊วนโรงเรียนไฮศคูลของเขาขโมยมาจากร้านค้าบนถนนโอคอนแนล์ ในกรุงดับลิน คำๆนี้มีความหมายว่า เสียงดี มันดูจะเหมาะเหม็งกับตัวของเขาเป็นอย่างดี เขาย่อให้มันสั้นเหลือเพียง บาโน่ และใช้ชื่อนี้สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ตำแหน่งในวง : นักร้องนำ/คนเขียนเพลง และมือกีต้าร์เป็นบางครั้งบางคราว
งานอดิเรกและความสนใจพิเศษ : นักเคลื่อนไหว คนเขียนบทหนัง นักกล่าวคำปราศรัย และนักแสดงสมัครเล่น



ดิ เอดจ์ The Edge
ชื่อทางการ : เดวิด โฮเวล อีแวนส์ (David Howell Evans)
สมญานามที่ใช้ในการแสดง : ดิ เอดจ์ The Edge
ที่มา : บาโน่ เป็นคนให้สมญานามว่า ดิ เอดจ์ เพราะรูปร่างหน้าตาที่คมสัน ตลอดจนมุมมองและความคิดที่เฉียบคมของเขา
ตำแหน่งในวง : กีตาร์ เปียโน คีย์บอร์ด ร้องนำ และร้องประสาน เสียงกีตาร์ของดิเอดจ์ เป็นลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งของวงยูทู เสียงก้องกังวานเป็นบุคลิกเฉพาะตัว ตลอดจนอารมณ์ความรู้สึกที่เขาสอดแทรกเข้าไปในระหว่างการเล่นกีตาร์ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในมือกีตาร์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในโลกของดนตรีร็อคแอนด์โรล  นอกจากนี้ เขายังแอบโชว์เสียงร้องนำในบทเพลงหลายเพลง เช่น Seconds , Van Diemen’s Land, Numb, Sunday Bloody Sunday ฯลฯ



อดัม เคลย์ตัน (Adam Clayton)
ชื่อทางการ : อดัม เคลย์ตัน (Adam Clayton)
ตำแหน่งในวง : มือเบส , นักแต่งเพลง , บทเพลงที่ทำให้อดัมกลายเป็นมือเบสที่ฉายแสงสดใส คือ Zoo Station, Until the End of the World, Mysterious Ways, Tryin to throw your Arms Around the world, Baby Face, Lemon, Some Days Are Better Than Others นอกจากนี้เขายังได้แต่งเติมเสียงใหม่ๆในกับวงอย่างในบทเพลง  Mofo, Gone, Miami, Please


ลารี่ มัลเลน จูเนียร์ (Larry Mullen Jr.)
ชื่อทางการ : ลารี่ มัลเลน จูเนียร์ (Larry Mullen Jr.)
สมญานามที่ใช้ในการแสดง : ดุ๊ก ดาลตัน (Duke Dalton), เบบี้เฟซ มัลเลนส์ (Baby Face Mullens)
ตำแหน่งในวง : มือกลองของวง เขากล่าวว่า สไตล์การเล่นกลองของตัวเขาเป็นอะไรที่ไม่อาจสอนกันได้ จิตวิญญาณและสัญชาตญาณต่างหากที่เป็นตัวนำพาเขาไป
                เขาได้รับรางวัลมากมาย เช่น รางวัลแกรมมี่ 14 รางวัล, ลอรี่ กาแลคเกอร์ มิวสิคเชี่ยน ออฟ เดอะ เยียร์ จากนิตยสาร ฮอตเพรส, รางวัลบริท อวอร์ด 8 รางวัล ฯลฯ